บันทึกครั้งที่ 6
Portfolio subject to the science experiences management for Early Childhood
วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563
บันทึกครั้งที่5
วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563
บันทึกครั้งที่4
กิจกรรมในวันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษาทดลองกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์
2.การแนะนำอุปกรณ์ต้องแนะนำที่ละอย่าง ละวางจากซ้ายไปขวาของเด็ก เนื่องจากเป็นการลงที่ถูกต้องเพราะว่า เราอ่านหนังสือจากซ้ายไปขวา
1.การทดลองลูกโปงไม่แตก
อุปกรณ์
-เข็มหมุด
-ลูกโปง
-กระดาษ
วิธีการทดลอง
1.เป่าลูกโป่ง แล้วลองจิ้มไปที่เข็มหมุด1อัน(ลูกโป่งแตก)
2.เป่าลูกโป่ง แล้วใช้เข็มที่จิ้มใว้ในกระดาษหลายๆอัน แล้วนำลูกโป่งมากดลงในเข็มหมุด(ลูกโป่งไม่แตก)
2.การทดการเดินทางของน้ำ
อุปกรณ์
-แก้ว
-ขวดน้ำ(มีน้ำ)
-หลอด
-ลูกโป่ง
วิธีการทดลอง
1.เป่าลูกโป่ง แล้วนำลูกโป่งไปครอบที่ขวดน้ำโดยยังไม่บีบมือออกจากลูกโป่ง
2.ค่อยๆปล่อยมือออกจากลูกโป่ง(น้ำจะเดินทางไปที่แก้วโดยมีหลอดเชื่อมระหว่างขวดกับแก้ว)
คำศัพท์
1.เกลือ = salt
2.ลูกโป่ง = balloon
3.ขวดน้ำ = water bottle
4.หลอด = tube
5.เข็ม = needle
การประเมิน
อาจารย์ : อธิบายเพิ่มเติมเนื้อหาต่างๆได้ชัดเจน
เพื่อน : ตั้งใจเรียนบางส่วน และทำงานที่ได้รับมอบหมาย
ตัวเอง : ตั้งใจทดลองสอนของตัวเอง และฟังอาจารย์ในส่วนที่ต้องแก้ไขและปรับเพิ่มเติม
วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2563
สรุปบทความ
5แนวทางสอนคิด เติม"วิทย์"ให้เด็กอนุบาล
🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻
ดร. วรนาท รักสกุลไทย นักการศึกษาปฐมวัย ผู้อำนวยการโรงเรียนเกษมพิทยา (ฝ่ายอนุบาล) กล่าวว่า "เราคงทราบดีกันอยู่แล้วว่าวิทยาศาสตร์มีความสำคัญเพียงใด แต่สำหรับเด็กอนุบาล แนวทางการสอนต่างหากที่จะทำให้เด็กสนใจ สิ่งสำคัญที่สุดคือครูต้องแม่นยำในพัฒนาการของเด็ก เพื่อที่จะสามารถจัดการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับความสามารถของเด็ก รวมถึงต้องอย่าลืมเรื่องจินตนาการที่มีอยู่สูงในเด็กวัยนี้"
ดร.เทพกัญญา ยังได้ให้แนวทางในการ "สืบเสาะความรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก" อันประกอบแนวทางปฏิบัติ 5 ข้อดังนี้
2. ออกไปหาคำตอบด้วยกัน เนื่องจากคำถามในระดับเด็กอนุบาลมักจะเปิดกว้าง ดังนั้นการค้นหาคำตอบอาจมีครูคอยช่วยจัดประสบการณ์ให้เด็กตามที่เขาตั้งขึ้น
3. เมื่อขั้นสองสำเร็จ เด็กจะเอาสิ่งที่เขาค้นพบมาไปตอบคำถามของเขาเอง ในขั้นนี้คุณครูอาจช่วยเสริมในแง่ของความครบถ้วนสมบูรณ์ หรือในด้านของเหตุและผล
4. นำเสนอสิ่งที่เขาสำรวจตรวจสอบมาแล้วให้กับเพื่อน ๆ
5. การนำสิ่งที่เด็กค้นพบคำตอบนั้นไปเชื่อมโยงกับคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์
สำหรับข้อ 5 นั้น ดร.เทพกัญญากล่าวว่า ในระดับเด็กอนุบาลอาจยังไม่สามารถก้าวไปถึงจุดนั้นได้ อาจต้องเป็นเด็กชั้นประถมศึกษาขึ้นไป แต่คุณครูก็ไม่ควรละเลย หากมีเด็กอนุบาลบางคนเข้าใจ คุณครูก็อาจช่วยให้เขาสามารถอธิบายได้แบบวิทยาศาสตร์ แต่ถ้าไม่ถึงก็ไม่จำเป็นต้องเคี่ยวเข็ญเด็ก ๆ แต่อย่างใด
ไม่เพียงแต่คุณครูและโรงเรียนที่จะเป็นผู้ส่งเสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเด็ก ๆ แต่พ่อและแม่เองนั้นก็มีบทบาทมากเช่นกัน แนวทางดี ๆ ข้างต้น อาจเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้เด็ก ๆ และครอบครัวในยุคต่อไปเข้าใจ และรักใน "วิทยาศาสตร์" ได้มากขึ้นก็เป็นได้
วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563
บันทึกครั้งที่3
การจัดประสบการณ์
1.สิ่งที่เด็กสนใจ
2.สิ่งที่อยู่รอบตัว/ใกล้ตัว
3.สถานกาณร์/ผลกระทบที่อยู่ปัจจุบัน
4.หลักสูตร
นิยามของเด็ก คือ ตั้งแต่มีกปฏิสัมพันธ์จนถึง6ปี
การทดลองเป็นวิธีการ
การสำรวจเป็นวิธีการ
การสังเกตเป็นวิธีการ
การเล่นเป็นวิธีการที่ทำให้เกิดการเรียนรู้
พัฒนาการด้สนสติปัญญาของเพียเจต์
👉ขั้นที่1 (แรกเกิด - 2 ขวบ)
วัยนี้เป็นวัยที่เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม โดยประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหวของอวัยวะต่างๆของร่างกาย
👉ขั้นที่2 (อายุ18 เดือน - 7 ปี)
เด็กก่อนเข้าโรงเรียนและวัยอนุบาล มีระดับเชาวน์ปัญญาอยู่ในขั้นนี้ เด็กวัยนี้มีโครงสร้างของสติปัญญา ที่จะใช้สัญลักษณ์แทนวัตถุสิ่งของที่อยู่รอบๆตัว ได้ หรือ มีพัฒนาการทางด้านภาษา เด็กวัยนี้จะเริ่มด้วยการพูดเป็นประโยคและเรียนรู้คาต่างๆเพิ่มขึ้น เด็กจะได้รู้จักคิด
👉ขั้นที่3 (อายุ 7 - 11 ปี)
เด็กวัยนี้สามารถแบ่งกลุ่มโดยใช้เกณฑ์หลายๆอย่าง และคิดย้อนกลับ ได้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมและความสัมพันธ์ของงของเด็กวัยนี้ยังมีข้อจากัดหลายอย่าง
👉ขั้นที่4 (อายุ 12 ปีขึ้นไป)
เด็กในวัยนี้จะเริ่มคิดเป็นผู้ใหญ่ ความคิดแบบเด็กสิ้นสุดลง เด็กสามารถที่จะคิดหาเหตุผลนอกเหนือไปจากข้อมูลที่มีอยู่ สามารถที่จะคิดเป็นนักวิทยาศาสตร์ สามารถที่จะตั้งสมมุติฐานและทฤษฎีและเห็นว่าความจริงที่เห็นด้วยกับการรับรู้
พัฒนาการ
👉ความสามารถของเด็กที่พัฒนาตามช่วงวัย
👉ถ้าไม่มีการพัฒนาตามขั้นจะมีผลกระทบต่อขั้นต่อไป
👉ลักษณะพัฒนาการเปลี่ยนเป็นลำดับขั้น
การวัดความสามารถ/พัฒนาการ
ความกล้าแสดงออก
การอธิบาย
การแสดงพฤติกรรม
ประเมินตนเอง ตั้งใจฟังที่อาจารย์หมอยหมายงาน
ประเมินเพื่อน ตั้งใจฟังและตอบคำถามอาจารย์เมื่ออาจารย์ถาม
ประเมินอาจารย์ พูดอธิบายเกี่ยวกับการทำบล็อกและรายละเอียดในส่วน
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2563
บันทึกครั้งที่2
เนื้อหาที่เรียน
วันนี้เรียนเรื่องการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
และอาจารย์ได้เริ่มต้นด้วยคำถามเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ต่างๆในตอนนี้ว่ามีเหตุการณ์อะไรบ้างนักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นกับอาจารย์
-ข่าวเก้ากับเจนนี่
–ข่าวม็อบนักศึกษา
-ข่าวระเบิดที่เลบานอล
-ข่าวน้ำท่วมที่จีน
และจากนั้นอาจารย์ก็ได้เชื่อมโยงข่าวต่างๆที่เกิดขึ้นให้เข้ากับวิทยาศาสตร์
และได้อธิบายขยายความให้นักศึกษาได้เข้าใจว่าทุกเรื่องสามารถเป็นวิทยาศาสตร์ได้โดยการใช้เหตุและผล
อาจารย์ให้จัดกลุ่ม5คน
โดยให้นักศึกษาช่วยกันคิดว่าเมื่อนึกถึงเด็กปฐมวัยนึกถึงอะไร
วิทยาศาสตร์นึกถึงอะไร และการจัดประสบการณ์นึกถึงอะไร
โดยอาจารย์ได้ให้นักศึกษาได้ออกแบบในการทกิจกรรมำในครั้งนี้ซึ่งกลุ่มของดิฉันได้ช่วยกันคิดและวิเคราะห์ออกมาดังนี้
การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
เด็กปฐมวัย
-มีพัฒนาการเป็นลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง
-การอบรมเลี้ยงดูมีผลต่อพัฒนาการของเด็ก
-สมองในวัยของเด็กจะสามารถรับรู้ ซึมซับ ทับซ้อนความรู้เดิมและมีความแตกต่างเกิดการปรับโครงสร้างเป็นความรู้ใหม่
วิทยาศาสตร์
-สิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติเป็นคุณสมบัติของ สิ่งแวดล้อม(สิ่งแวดล้อมมีทั้งสิ่งที่เกิดเองตามธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น)
-การทดลอง เด็กได้มีการลองผิดลองถูก และได้เห็นการเปลี่ยนแปลง
-การทดลอง 1.วิธีการ มีขั้นตอนเป็นกระบวนการ 2.เครื่องมือ
ตัวอย่างเช่น การปลูกถั่วงอก
เป้าหมาย คือปลูกถั่วงอกจะเติบโต
วิธีการ คือมีขั้นตอนเป็นกระบวนการ เกิดการเปลี่ยนแปลงคือการมีการเจริญเติบโต
การจัดประสบการณ์
-สื่อ เพราะสื่อเป็นตัวกลางในการเรียนรู้ของเด็ก
-การเล่น เพราะการเล่นเป็นวิธีการในการเรียนรู้ของเด็ก
เด็กปฐมวัยVSวิทยาศาสตร์
1)วิทยาศาสตร์เป็นยาขมสำหรับเด็กเด็กจริงหรือไม่?
ตอบ ไม่จริง เพราะว่า เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่กำลังอยากรู้อยากเห็น และวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยเป็นการเริ่มจากทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ คือการสังเกต การค้นคว้าหาคำตอบ เมื่อเด็กได้ลงมือทำก็จะกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น ความสนใจ และความรู้สึกของเด็กด้วยการค้นให้หาคำตอบ เด็กได้ลองลงมือปฏิบัติด้วยตนเองเด็กจะสนุกและภูมิใจกับสิ่งที่ได้ทำ ดิฉันจึงคิดว่าวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่เด็กน่าจะชอบ
2)ถ้าเด็กๆเรียนวิทยาศาสตร์ตั้งแต่อนุบาลจะยากเกินไปไหม?
ตอบ ไม่ยาก เพราะเป็นเรื่องที่เด็กก็สามารถทำได้
3)ควรจะให้เด็กๆอนุบาลเรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างไร?
ตอบ เรียนรู้จากธรรมชาติรอบตัวเด็ก และการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้อย่างเหมาะสมให้กับเด็ก โดยมุ่งเน้นให้เด็กได้เรียนรู้และค้นพบด้วยตนเองมากที่สุด
ให้เด็กเริ่มจากการสังเกต การตั้งคำถาม การวางแผน การสำรวจ และการลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง
คำศัพท์
1.การสังเกต = Observing
2.ธรรมชาติ = nature
3.การสำรวจ = Survey
4.การทดลอง = The experiment
5.สิ่งแวดล้อม = environment
ประเมิน
อาจารย์ : สอนได้เข้าใจ และอธิบายเพิ่มเติมเนื้อหาต่างๆให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เพื่อน : ตั้งใจเรียนบางส่วน และช่วยกันทำงานที่ได้รับมอบหมาย
ตัวเอง : ตั้งใจฟังอาจารย์ จดบันทึก และตอบคำถามที่อาจารย์ถาม
บันทึกครั้งที่1
🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀
เนื้อหาที่เรียน
วันนี้เป็นวันแรกของการเรียนการสอนวิชาการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย วันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษาได้อ่าน มคอ.3 ของรายวิชานี้ และได้ให้นักศึกษาหาว่าวิชาวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยต้องเรียนอะไรบ้างดิฉันจึงเขียนออกมาดังนี้
การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย(Science Provision for Early Childhood)
สิ่งแวดล้อม
-สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
-สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น
สิ่งมีชีวิตต่างๆ
-คน
-สัตว์
-พืช
ดาราศาสตร์
-กลางวัน/กลางคืน
-ดวงดาว
-ระบบสุริยะและจักรวาล
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
-ฤดูกาล
การทดลอง
-การทดลองเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เช่น การปลูกถั่วงอก การลอยจมของไข่ และอื่นๆ
การสังเกต
-คน สัตว์ พืช
-สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น
-สังเกตถึงการเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลง
-การทดลองต่างๆที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
-ลอย-จม
-แรงโน้มถ่วง
คำศัพท์
1.แรงโน้มถ่วง = Gravity
2.ฤดูกาล = The seasons
3.ดาราศาสตร์ = astronomy
4.ดวงดาว = The stars
5.ระบบสุริยะ = solar system
การประเมิน
อาจารย์ : อธิบายเพิ่มเติมเนื้อหาต่างๆได้ชัดเจน
เพื่อน : ตั้งใจเรียนบางส่วน และทำงานที่ได้รับมอบหมาย
ตัวเอง : ตั้งใจฟังอาจารย์ และตอบคำถามที่อาจารย์ถาม
นิทานเรื่องลูกหมูสามตัวด้วยกระบวนการกิจกรรมสะเต็ม สื่อเพื่อพัฒนาลูกรัก เอกสารส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสต...














