วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

  บันทึกครั้งที่ 6

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 08:30-12:30 น.


   เนื้อหาที่เรียน
           
งานจับคู่สร้างของเล่นวิทยาศาสตร์ จากของเหลือใช้
เต่าหลังตุง


 อุปกรณ์
1.ขวดน้ำ
2.เชือก
3.กระดาษ
                                
ขั้นตอนการทำ


1.ตัดขวดน้ำ



   
 2.นำขวดน้ำที่ตัดมาแปะกับกระดาษ




                      3.วาดตามรอบขวดน้ำ ตกแต่งและตัด




                    4นำเชือกมาพันขวดที่ตัดให้เป็นหลังเต่า




                 5.นำฝาขวดที่เหลือมาผูกเชือกทำเป็นเส้นชัย

วิธีเล่น
1.กำหนดจุดเส้นชัย
2.นำเต่าไปที่จุดเริ่มต้น
3.แบ่งเป็น2ทีม แล้วเป่าเต่าแข่งกัน ใครไปถึงเส้นชัยก่อนคนนั้นชนะ




ได้วิทยาศาสตร์จากของเล่น เต่าหลังตุง  
1.การใช้แรงเป่า(ลมในตัวมนุษย์)
2.เกิดแรงเสียดทาน (แรงที่ต่อต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ แรงเสียดทานเกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุกับผิวของพื้น เช่น เมื่อเราเป่าเต่า)

    คำศัพท์
  1.เป่า = blow
  2 อากาศ = air
  3.เส้นชัย Finish line
  4.แรงเสียดทาน = Friction
  5.ผิวสัมผัส = Surface

   ประเมิน
 ประเมินตนเอง  แสดงความคิดเห็นและช่วยเพื่อนทำงาน
 ประเมินพื่อน  ทำงานช่วยกันอย่างตั้งใจ
 ประเมินอาจารย์  มอบหมายงานประดิษฐ์และบอกอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่นักสึกษาทำออกมา

 บันทึกครั้งที่5

วันศุกร์ ที่18 กันยายน 2563 เวลา 08:30-12.30 น.

 เนื้อหาที่เรียน
            กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ การหาเหตุผล แก้ไขปัญหา
            ทักษะการสังเกต
                ➧การใช้ประสาทสัใผัสทั้ง5 สังเกตเพื่อดูการเปลี่ยนแปลง
            ทักษะการจำแนก
                ➧ใช้การตั้งเกณฑ์ เพื่อหาความเหมือน/ต่าง
            ทักษะการวัด
                ➧ใช้เครื่องมือ โดยจะมีหน่วยการกำกับ
            ทักษะการสื่อความหมาย
                ➧การพูด การเขียน การวาดภาพ บรรยายวัตถุ
            ทักษะการลงความคิดเห็น
                ➧ เพิ่มเติมความคิดเห็นให้กับข้อมูลที่มีอยู่อย่างมีเหตุผล
            ทักษะหารหาความสัมพันธ์รหว่างสเปสกับเวลา
บอกทิศทางหรือตำแหน่งของวัตถุ ชี้บ่งภาพ 2 มิติ 3 มิติ

องค์ประกอบของการคิดทางวิทยาศาสตร์ 1. สิ่งที่กำหนดให้ 2. หลักการหรือกฏเกณฑ์ 3. การค้นหาความจริงหรือความสำคัญ


        อาจารย์ให้นักศึกษาจับกลุ่ม 5 คน เพื่อลองคิดชื่อหน่วยที่จะสอนเด็กๆ
โดยมี วัตถุประสง สาระที่ควรรู้ การได้รับประสบการณ์สำคัญ และการจัดกิจกรรม
และการจัดการสอนในแต่ละวันว่าจะสอนเด็ก ในหน่วยที่ตนเองเลือกในเรื่องของอะไร



         หน่วยที่ได้เลือกมา คือ หน่วยไข่ การจัดกิจกรรมให้กับเด็ก คือการทดลอยการจม-ลอยของไข่ 




    คำศัพท์
    1.ลักษณะ = Manner         
    2. การจำแนก = Classifying  
    3.ประโยชน์ = benefit
    4.ข้อควรระวัง = caution
    5.ประกอบ = assemble
   
   ประเมิน
          ประเมินตนเอง:ช่วยเพื่อนคิดและลงมือเขียน
          ประเมินเพื่อน: ช่วยแสดงความคิดเห็นและร่วมมือในการทำงาน
          ประเมินอาจารย์: อธิบายเนื้อหาอย่างละเอียด

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563


บันทึกครั้งที่4

วันศุกร์ ที่ 28 สิงาคม 2563 เวลา 08.30-12.30น.

               กิจกรรมในวันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษาทดลองกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์

            เป็นการนำเสอนการทดลองให้กับเพื่อนๆดูทีละคน การทดลองมีหลากหลายวิธี แต่การทดลองก็จะมีวิธีการขั้นตอนในการทำ
            1.ต้องแนะนำอุปกรณ์สำหรับการทดลองให้กับเด็กๆ เพื่อที่เด็กจะได้รู้จัก
            2.การแนะนำอุปกรณ์ต้องแนะนำที่ละอย่าง ละวางจากซ้ายไปขวาของเด็ก เนื่องจากเป็นการลงที่ถูกต้องเพราะว่า เราอ่านหนังสือจากซ้ายไปขวา
            3.เริ่มสาธิตการทดลองให้เด็กดู อาจจะให้เด็กมีส่วนร่วมในการทำด้วย
            4.ต้องมีตั้งสมมุติฐานให้กับเด็ก เพื่อที่จะให้เด็กได้รู้จักการสังเกตการเปลี่ยนแปลงไหม
            5.พอทำการทดลองเสร็จจะต้องถามว่า ตรงกับที่เด็กคิดไหมและถ้าตรงหรือไม่ตรง ก็ให้เด็กๆลองคิดว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เด็กๆก็จะมีส่วนร่วมในการตอบและคิด
            6.สรุปให้กับเด้กว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และตรงกับสมมุติฐานไหม


            การทดลองของดิฉันทดลองเรื่อง การลอย - จม


   อุปกรณ์
  - แก้วน้ำ 2 ใบ
  - ไข่ดิบ 2 ฟอง
  - เกลือ
  วิธีการทดลอง
1.นำน้ำใส่แก้ว2ใบในปริมาณเท่าๆกัน  
2.ใส่เกลือลงใปในแก้วน้ำ1แก้ว และแก้วอีกใบไม่ต้องเติมอะไร
3.นำไข่ใส่ไปในแก้วทั้งสองใน 
4.สังเกตผลที่เกิดขึ้น

            การทดลองที่ฉันสนใจ

1.การทดลองลูกโปงไม่แตก



อุปกรณ์

-เข็มหมุด

-ลูกโปง

-กระดาษ

วิธีการทดลอง

1.เป่าลูกโป่ง แล้วลองจิ้มไปที่เข็มหมุด1อัน(ลูกโป่งแตก)

2.เป่าลูกโป่ง แล้วใช้เข็มที่จิ้มใว้ในกระดาษหลายๆอัน แล้วนำลูกโป่งมากดลงในเข็มหมุด(ลูกโป่งไม่แตก)


2.การทดการเดินทางของน้ำ



อุปกรณ์

-แก้ว

-ขวดน้ำ(มีน้ำ)

-หลอด

-ลูกโป่ง

วิธีการทดลอง

1.เป่าลูกโป่ง แล้วนำลูกโป่งไปครอบที่ขวดน้ำโดยยังไม่บีบมือออกจากลูกโป่ง

2.ค่อยๆปล่อยมือออกจากลูกโป่ง(น้ำจะเดินทางไปที่แก้วโดยมีหลอดเชื่อมระหว่างขวดกับแก้ว)



คำศัพท์

1.เกลือ = salt

2.ลูกโป่ง = balloon

3.ขวดน้ำ = water bottle

4.หลอด = tube

5.เข็ม = needle


 การประเมิน

อาจารย์ : อธิบายเพิ่มเติมเนื้อหาต่างๆได้ชัดเจน

เพื่อน : ตั้งใจเรียนบางส่วน และทำงานที่ได้รับมอบหมาย

ตัวเอง : ตั้งใจทดลองสอนของตัวเอง และฟังอาจารย์ในส่วนที่ต้องแก้ไขและปรับเพิ่มเติม





วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2563


สรุปบทความ

5แนวทางสอนคิด เติม"วิทย์"ให้เด็กอนุบาล

🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻



     
         วิทยาศาสตร์คือความพยายามของมนุษย์ที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งรอบตัวและตัวตนของตนเอง ซึ่งความพยายามเช่นนี้จะติดตัวกับมนุษย์เรามาตั้งแต่แรกเกิด เห็นได้จากธรรมชาติของเด็กที่มีความอยากรู้อยากเห็น ช่างสังเกตและคอยซักถามเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาเจอ 

          ดร. วรนาท รักสกุลไทย นักการศึกษาปฐมวัย ผู้อำนวยการโรงเรียนเกษมพิทยา (ฝ่ายอนุบาล) กล่าวว่า "เราคงทราบดีกันอยู่แล้วว่าวิทยาศาสตร์มีความสำคัญเพียงใด แต่สำหรับเด็กอนุบาล แนวทางการสอนต่างหากที่จะทำให้เด็กสนใจ สิ่งสำคัญที่สุดคือครูต้องแม่นยำในพัฒนาการของเด็ก เพื่อที่จะสามารถจัดการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับความสามารถของเด็ก รวมถึงต้องอย่าลืมเรื่องจินตนาการที่มีอยู่สูงในเด็กวัยนี้" 
          ทั้งนี้ การส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยในด้านวิทยาศาสตร์นั้น อาจไม่จำเป็นต้องแยกออกมาสอนเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ แต่ครูปฐมวัยควรจะตระหนักรู้ว่ากิจกรรมที่จัดให้กับเด็กในแต่ละช่วงเวลานั้น เป็นการส่งเสริมทักษะและแนวคิดทางวิทยาศาสตร์อะไรให้กับเด็กๆ และควรจะจัดกิจกรรมอย่างไรเพื่อจะสามารถตอบสนองและต่อยอดธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างเป็นระบบ

          ดร.เทพกัญญา ยังได้ให้แนวทางในการ "สืบเสาะความรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก" อันประกอบแนวทางปฏิบัติ 5 ข้อดังนี้
1. ตั้งคำถามที่เด็กสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง เช่น คำถามเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว หรือโลกของเรา

2. ออกไปหาคำตอบด้วยกัน เนื่องจากคำถามในระดับเด็กอนุบาลมักจะเปิดกว้าง ดังนั้นการค้นหาคำตอบอาจมีครูคอยช่วยจัดประสบการณ์ให้เด็กตามที่เขาตั้งขึ้น

3. เมื่อขั้นสองสำเร็จ เด็กจะเอาสิ่งที่เขาค้นพบมาไปตอบคำถามของเขาเอง ในขั้นนี้คุณครูอาจช่วยเสริมในแง่ของความครบถ้วนสมบูรณ์ หรือในด้านของเหตุและผล

4. นำเสนอสิ่งที่เขาสำรวจตรวจสอบมาแล้วให้กับเพื่อน ๆ

5. การนำสิ่งที่เด็กค้นพบคำตอบนั้นไปเชื่อมโยงกับคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์

          สำหรับข้อ 5 นั้น ดร.เทพกัญญากล่าวว่า ในระดับเด็กอนุบาลอาจยังไม่สามารถก้าวไปถึงจุดนั้นได้ อาจต้องเป็นเด็กชั้นประถมศึกษาขึ้นไป แต่คุณครูก็ไม่ควรละเลย หากมีเด็กอนุบาลบางคนเข้าใจ คุณครูก็อาจช่วยให้เขาสามารถอธิบายได้แบบวิทยาศาสตร์ แต่ถ้าไม่ถึงก็ไม่จำเป็นต้องเคี่ยวเข็ญเด็ก ๆ แต่อย่างใด
ไม่เพียงแต่คุณครูและโรงเรียนที่จะเป็นผู้ส่งเสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเด็ก ๆ แต่พ่อและแม่เองนั้นก็มีบทบาทมากเช่นกัน แนวทางดี ๆ ข้างต้น อาจเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้เด็ก ๆ และครอบครัวในยุคต่อไปเข้าใจ และรักใน "วิทยาศาสตร์" ได้มากขึ้นก็เป็นได้

อ้างอิง
เว็บ  กระทรวงศึกษาธิการ 
https://www.moe.go.th/2020/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88/5-%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C/

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563



บันทึกครั้งที่3

วันศุกร์ ที่ 21 สิงาคม 2563 เวลา 08.30-12.30น.


การจัดประสบการณ์

   1.สิ่งที่เด็กสนใจ

   2.สิ่งที่อยู่รอบตัว/ใกล้ตัว

   3.สถานกาณร์/ผลกระทบที่อยู่ปัจจุบัน

   4.หลักสูตร

นิยามของเด็ก คือ ตั้งแต่มีกปฏิสัมพันธ์จนถึง6ปี

การทดลองเป็นวิธีการ

การสำรวจเป็นวิธีการ

การสังเกตเป็นวิธีการ

การเล่นเป็นวิธีการที่ทำให้เกิดการเรียนรู้

 พัฒนาการด้สนสติปัญญาของเพียเจต์

           👉ขั้นที่1 (แรกเกิด - 2 ขวบ)

         วัยนี้เป็นวัยที่เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม โดยประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหวของอวัยวะต่างๆของร่างกาย

         👉ขั้นที่2  (อายุ18 เดือน - 7 ปี)

          เด็กก่อนเข้าโรงเรียนและวัยอนุบาล มีระดับเชาวน์ปัญญาอยู่ในขั้นนี้ เด็กวัยนี้มีโครงสร้างของสติปัญญา ที่จะใช้สัญลักษณ์แทนวัตถุสิ่งของที่อยู่รอบๆตัว ได้ หรือ มีพัฒนาการทางด้านภาษา เด็กวัยนี้จะเริ่มด้วยการพูดเป็นประโยคและเรียนรู้คาต่างๆเพิ่มขึ้น เด็กจะได้รู้จักคิด

         👉ขั้นที่3 (อายุ 7 - 11 ปี)

             เด็กวัยนี้สามารถแบ่งกลุ่มโดยใช้เกณฑ์หลายๆอย่าง และคิดย้อนกลับ ได้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมและความสัมพันธ์ของงของเด็กวัยนี้ยังมีข้อจากัดหลายอย่าง

         👉ขั้นที่4  (อายุ 12 ปีขึ้นไป)

           เด็กในวัยนี้จะเริ่มคิดเป็นผู้ใหญ่ ความคิดแบบเด็กสิ้นสุดลง เด็กสามารถที่จะคิดหาเหตุผลนอกเหนือไปจากข้อมูลที่มีอยู่ สามารถที่จะคิดเป็นนักวิทยาศาสตร์ สามารถที่จะตั้งสมมุติฐานและทฤษฎีและเห็นว่าความจริงที่เห็นด้วยกับการรับรู้

พัฒนาการ

  👉ความสามารถของเด็กที่พัฒนาตามช่วงวัย

  👉ถ้าไม่มีการพัฒนาตามขั้นจะมีผลกระทบต่อขั้นต่อไป

  👉ลักษณะพัฒนาการเปลี่ยนเป็นลำดับขั้น

การวัดความสามารถ/พัฒนาการ

  ความกล้าแสดงออก

  การอธิบาย

  การแสดงพฤติกรรม


คำศัพท์
1.สังเกต = observe   
2.ประเภท = category   
3.เกี่ยวกับผู้แต่ง = About the author   
4.  การวัด = measure     
5.คำทำนาย = Prediction   


ประเมิน

ประเมินตนเอง  ตั้งใจฟังที่อาจารย์หมอยหมายงาน

ประเมินเพื่อน   ตั้งใจฟังและตอบคำถามอาจารย์เมื่ออาจารย์ถาม

ประเมินอาจารย์  พูดอธิบายเกี่ยวกับการทำบล็อกและรายละเอียดในส่วน


วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2563


บันทึกครั้งที่2

วันศุกร์ ที่ 14 สิงาคม 2563 เวลา 08.30-12.30น.



      เนื้อหาที่เรียน

     วันนี้เรียนเรื่องการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย และอาจารย์ได้เริ่มต้นด้วยคำถามเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ต่างๆในตอนนี้ว่ามีเหตุการณ์อะไรบ้างนักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นกับอาจารย์

-ข่าวเก้ากับเจนนี่

ข่าวม็อบนักศึกษา

-ข่าวระเบิดที่เลบานอล

 -ข่าวน้ำท่วมที่จีน

     และจากนั้นอาจารย์ก็ได้เชื่อมโยงข่าวต่างๆที่เกิดขึ้นให้เข้ากับวิทยาศาสตร์ และได้อธิบายขยายความให้นักศึกษาได้เข้าใจว่าทุกเรื่องสามารถเป็นวิทยาศาสตร์ได้โดยการใช้เหตุและผล อาจารย์ให้จัดกลุ่ม5คน โดยให้นักศึกษาช่วยกันคิดว่าเมื่อนึกถึงเด็กปฐมวัยนึกถึงอะไร วิทยาศาสตร์นึกถึงอะไร และการจัดประสบการณ์นึกถึงอะไร โดยอาจารย์ได้ให้นักศึกษาได้ออกแบบในการทกิจกรรมำในครั้งนี้ซึ่งกลุ่มของดิฉันได้ช่วยกันคิดและวิเคราะห์ออกมาดังนี้

        การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

   

     เด็กปฐมวัย

-มีพัฒนาการเป็นลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง

-การอบรมเลี้ยงดูมีผลต่อพัฒนาการของเด็ก

-สมองในวัยของเด็กจะสามารถรับรู้ ซึมซับ ทับซ้อนความรู้เดิมและมีความแตกต่างเกิดการปรับโครงสร้างเป็นความรู้ใหม่


     วิทยาศาสตร์

-สิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติเป็นคุณสมบัติของ                               สิ่งแวดล้อม(สิ่งแวดล้อมมีทั้งสิ่งที่เกิดเองตามธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น)

-การทดลอง เด็กได้มีการลองผิดลองถูก และได้เห็นการเปลี่ยนแปลง

-การทดลอง 1.วิธีการ มีขั้นตอนเป็นกระบวนการ 2.เครื่องมือ

ตัวอย่างเช่น  การปลูกถั่วงอก

เป้าหมาย  คือปลูกถั่วงอกจะเติบโต

วิธีการ  คือมีขั้นตอนเป็นกระบวนการ เกิดการเปลี่ยนแปลงคือการมีการเจริญเติบโต


     การจัดประสบการณ์

-สื่อ เพราะสื่อเป็นตัวกลางในการเรียนรู้ของเด็ก

-การเล่น เพราะการเล่นเป็นวิธีการในการเรียนรู้ของเด็ก



    

     

      เด็กปฐมวัยVSวิทยาศาสตร์

1)วิทยาศาสตร์เป็นยาขมสำหรับเด็กเด็กจริงหรือไม่?

ตอบ ไม่จริง เพราะว่า เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่กำลังอยากรู้อยากเห็น และวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยเป็นการเริ่มจากทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์  คือการสังเกต  การค้นคว้าหาคำตอบ เมื่อเด็กได้ลงมือทำก็จะกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น  ความสนใจ  และความรู้สึกของเด็กด้วยการค้นให้หาคำตอบ เด็กได้ลองลงมือปฏิบัติด้วยตนเองเด็กจะสนุกและภูมิใจกับสิ่งที่ได้ทำ ดิฉันจึงคิดว่าวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่เด็กน่าจะชอบ


2)ถ้าเด็กๆเรียนวิทยาศาสตร์ตั้งแต่อนุบาลจะยากเกินไปไหม?

ตอบ  ไม่ยาก เพราะเป็นเรื่องที่เด็กก็สามารถทำได้  


3)ควรจะให้เด็กๆอนุบาลเรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างไร?

ตอบ เรียนรู้จากธรรมชาติรอบตัวเด็ก และการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้อย่างเหมาะสมให้กับเด็ก โดยมุ่งเน้นให้เด็กได้เรียนรู้และค้นพบด้วยตนเองมากที่สุด

ให้เด็กเริ่มจากการสังเกต การตั้งคำถาม  การวางแผน  การสำรวจ และการลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง


      คำศัพท์

1.การสังเกต = Observing

2.ธรรมชาติ = nature

3.การสำรวจ = Survey

4.การทดลอง = The experiment

5.สิ่งแวดล้อม = environment


    ประเมิน

อาจารย์ : สอนได้เข้าใจ และอธิบายเพิ่มเติมเนื้อหาต่างๆให้ชัดเจนยิ่งขึ้น 

เพื่อน : ตั้งใจเรียนบางส่วน และช่วยกันทำงานที่ได้รับมอบหมาย

ตัวเอง : ตั้งใจฟังอาจารย์ จดบันทึก และตอบคำถามที่อาจารย์ถาม



บันทึกครั้งที่1

วันศุกร์ ที่ 7 สิงาคม 2563 เวลา 08.30-12.30น.




🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀



        เนื้อหาที่เรียน 

       วันนี้เป็นวันแรกของการเรียนการสอนวิชาการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย วันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษาได้อ่าน มคอ.3 ของรายวิชานี้ และได้ให้นักศึกษาหาว่าวิชาวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยต้องเรียนอะไรบ้างดิฉันจึงเขียนออกมาดังนี้

     

       การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย(Science Provision for Early Childhood)

   สิ่งแวดล้อม 

-สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

-สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

    

    สิ่งมีชีวิตต่างๆ

-คน

-สัตว์

-พืช


    ดาราศาสตร์

-กลางวัน/กลางคืน

-ดวงดาว

-ระบบสุริยะและจักรวาล


    การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

-ฤดูกาล


    การทดลอง

-การทดลองเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เช่น การปลูกถั่วงอก การลอยจมของไข่ และอื่นๆ


   การสังเกต

-คน สัตว์ พืช

-สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น

-สังเกตถึงการเปลี่ยนแปลง


   การเปลี่ยนแปลง

-การทดลองต่างๆที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

-ลอย-จม

-แรงโน้มถ่วง


   



    คำศัพท์

1.แรงโน้มถ่วง = Gravity

2.ฤดูกาล = The seasons

3.ดาราศาสตร์ = astronomy

4.ดวงดาว = The stars

5.ระบบสุริยะ = solar system



      การประเมิน

อาจารย์ : อธิบายเพิ่มเติมเนื้อหาต่างๆได้ชัดเจน

เพื่อน : ตั้งใจเรียนบางส่วน และทำงานที่ได้รับมอบหมาย

ตัวเอง : ตั้งใจฟังอาจารย์ และตอบคำถามที่อาจารย์ถาม

  นิทานเรื่องลูกหมูสามตัวด้วยกระบวนการกิจกรรมสะเต็ม สื่อเพื่อพัฒนาลูกรัก         เอกสารส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสต...